7. การันตีรับเงินคืน ไม่ใช่หนทางที่ดีนักถ้าจะทำให้ลูกค้ามีความกังวลใจเมื่อซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ของคุณ ด้วยการไม่มีการันตีได้รับเงินคืน เพราะว่าการันตีการใช้รับเงินคืนนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าสินค้า และบริการของคุณมีความน่าเชื่อถือ ไม่มีความเสี่ยง
8. สร้างระบบชำระเงินที่เข้าใจง่าย บางทีนี่อาจจะเป็นเหตุผลหลักอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ amazon.com เป็นเว็บไซต์ที่ประสบความสำเร็จ นั่นก็เป็นเพราะว่ามีระบบการชำระเงินที่เข้าใจง่าย ชัดเจน เข้าถึงง่าย สามารถใช้สัญชาตญาณตัวเองในการเรียนรู้ขั้นตอนต่างๆ เพื่อชำระเงิน โดยที่ไม่จำเป็นต้องหาอ่านข้อมูลเพิ่มเติม โดยคุณควรจะทำให้แต่ละขั้นตอนของการชำระเงินนั้นเข้าใจง่าย ผู้ใช้บริการไม่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้การทำธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์ ถ้าไม่แน่ใจว่าจะออกแบบขั้นตอนการชำระเงินยังไงดี ก็ลองเข้าไปอ่านใน Blog หรือเว็บไซต์ต่างๆ ดูก่อนก็ได้ เพื่อจะได้เรียนรู้ว่าลูกค้าส่วนใหญ่ ชอบการชำระเงินแบบไหน จากนั้นจึงค่อยมาปรับใช้กับระบบการชำระเงินในเว็บไซต์ของคุณ
9. สร้างอันดับที่ดีใน Search Engine จากการศึกษาของ Jupiter Media Matrix พบว่า มากกว่า 55% ของการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตเริ่มจาก Search Engine แต่ 93% ของลูกค้ากลุ่มนี้ จะไม่คลิกไปดูหน้าผลลัพธ์ที่ได้จากการค้นหาด้วย Search Engine เกิน 2 หน้า ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย ควรจะทำให้การจัดอันดับเว็บไซต์ของคุณจากการค้นหาด้วย Search Engine ขึ้นไปอยู่ในอันดับต้นๆ เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้เยี่ยมชมเข้ามาที่เว็บไซต์มากขึ้น
10. เข้าถึงได้ง่าย "The power of the Web is in its universality. Access by everyone regardless of disability is an essential aspect. –พลังของเว็บอยู่ที่ความครอบคลุมของมัน การที่ทุกคนสามารถเข้าถึง โดยปราศจากการกำจัดสิทธิ์ คือหัวใจสำคัญ " -- Tim Berners-Lee, W3C Director and inventor of the World Wide Web ในช่วงที่ Berners-Lee พูดประโยคนี้ขึ้นมา ก็เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว แต่ก็ยังคงเป็นคำพูดที่นำมาใช้ได้จนถึงทุกวันนี้ ซึ่งเพียงแค่คุณทำเว็บไซต์ให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายมากเท่าไหร่ ก็มีโอกาสที่จะมีผู้เข้าเยี่ยมชมเข้าถึงเว็บไซต์คุณได้มากขึ้นเท่านั้น
11. ความเข้ากันได้ ในสมัยที่ Microsoft’s Internet Explorer เบราเซอร์ชื่อดังยังมีส่วนแบ่งการตลาดไม่มากนักนั้น การแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นนั้นคือจะต้องทำให้เบราเซอร์นั้นสามารถเข้ากันได้กับความต้องการของตลาด รวมทั้งกับซอฟต์แวร์ตัวอื่นๆ ที่เป็นที่นิยมอยู่ในตลาด ซึ่งเทคนิคนี้ก็ยังคงใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน และมีส่วนทำให้ Microsoft’s Internet Explorer ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้อย่างมากมาย ความเข้ากันได้ (Compatibility) กับผู้อื่น ถือเป็นสิ่งสำคัญมาก ซึ่งคุณสามารถนำแนวทางที่ Microsoft’s Internet Explorer ใช้นั้น มาใช้กับการพัฒนาเว็บไซต์ของตัวเองได้ โดยคุณควรจะพัฒนาเว็บไซต์ให้สามารถใช้งานเข้ากันได้กับทุกๆ เบราเซอร์ที่เป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน และทำให้มันใช้ง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความเข้ากันได้กับอุปกรณ์อื่นๆ ซอฟต์แวร์ชนิดอื่นๆ ได้กลายเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุดไปแล้วในเวลานี้ เมื่อผู้บริโภคเริ่มที่จะเข้าสู่เว็บไซต์โดยใช้อุปกรณ์อื่นนอกเหนือไปจากเครื่องคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปแบบเดิมๆ ที่เราคุ้นเคย อย่างเช่น PDA, โทรศัพท์มือถือ, Car Display หรือแม้แต่นาฬิกาข้อมือ ที่ต่างพัฒนากันให้ล้ำสมัยมากขึ้น เป็นต้น
12. เนื้อหา “Content is King” คุณคงได้ยินวลีนี้กันบ่อยๆ ซึ่งวลีนี้อาจจะเป็นจริง หรือไม่ก็ได้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่แน่ใจได้ว่าจะไม่ผิดพลาดแน่นอน นั่นก็คือ ถ้าคุณต้องการให้ชื่อเว็บไซต์ของคุณอยู่ในอันดับต้นๆ ของ Search Engine คุณต้องขยันป้อนข้อมูลเข้าไปในเครือข่ายใยแมงมุมนี้ให้บ่อยๆ อีกทั้งข้อมูลที่ป้อนเข้าไปในเครือข่ายจะต้องนำเสนอข้อมูลที่ดี และมี Keywords ที่ดึงดูดให้สามารถค้นหาได้ง่าย โดยแต่ละหน้าเว็บเพจควรจะมีสัก 2-3 Keywords ที่เป็นประเด็นสำคัญๆ อยู่ในนั้น และควรที่จะมีเนื้อหา มีแก่นสารสาระในแต่ละหน้าเว็บเพจอย่างเพียงพอ เพื่อให้นักท่องเครือข่ายใยแมงมุมได้รับสาระสำคัญๆ มองเห็นประโยชน์ที่ได้รับจากเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งนั่นจะทำให้พวกเขากลับมาคุณอีกครั้งแล้วครั้งเล่า
12 ขั้นตอนง่ายๆ นี้อาจจะตอบโจทย์ที่คาใจคุณได้บ้าง ซึ่งมือใหม่หัดทำเว็บไซต์อย่างคุณ คงจะพบแนวทางสำหรับการสร้างเว็บไซต์ที่ คลิกโดนใจตัวเอง และกลุ่มเป้าหมายของคุณกันบ้างแล้ว
ที่มา : อีคอมเมอร์ชแมกกาซีน